ศูนย์ข่าว
การนำการตรวจจับด้วยภาพไปใช้งานนั้นมีขอบเขตที่กว้างขวางขนาดนี้เลยหรือ!
ทุกคนมาทำความรู้จักกับข้อดีของการตรวจจับด้วยภาพกันเถอะ การวัดแบบไม่สัมผัสจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ทั้งต่อผู้สังเกตและสิ่งที่ถูกสังเกต ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ มีช่วงการตอบสนองสเปกตรัมที่กว้าง เช่น การใช้การวัดอินฟราเรดที่ตามองไม่เห็น ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการมองเห็นของมนุษย์ให้กว้างขึ้น ทำงานได้อย่างเสถียรเป็นเวลานาน มนุษย์อาจยากที่จะสังเกตวัตถุเดิมๆ ได้นานๆ แต่ระบบการมองเห็นด้วยกล้องสามารถทำหน้าที่วัด วิเคราะห์ และระบุข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่เหน็ดเหนื่อย
1. การประยุกต์ใช้การตรวจจับด้วยภาพในอุตสาหกรรมการพิมพ์
ใช้ระบบภาพทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อตรวจจับปัญหาคุณภาพในกระบวนการพิมพ์ เช่น การตัดแม่พิมพ์ หมึกสะสม หมึกกระเด็น ขาดการพิมพ์หรือพิมพ์จางเกินไป การพิมพ์ซ้อนไม่ตรงตำแหน่ง และความคลาดเคลื่อนของสี เป็นต้น อุปกรณ์แบบออนไลน์ยังสามารถส่งข้อมูลผลการตรวจวัดความคลาดเคลื่อนของสีและปริมาณหมึกไปยัง PLC เพื่อควบคุมปริมาณหมึกที่ป้อนเข้าสู่เครื่องพิมพ์ ทำให้สามารถปรับระดับปริมาณหมึกได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้คุณภาพและประสิทธิภาพการพิมพ์สูงขึ้น
2. การประยุกต์ใช้การตรวจจับด้วยภาพในการตรวจสอบแผง PCB
ใช้ระบบภาพเพื่อตรวจสอบแผงวงจรพิมพ์เปลือย โดยตรวจหาข้อผิดพลาดเกี่ยวกับตำแหน่งและระยะห่างของสายไฟและส่วนประกอบบนแผง ขนาดที่ผิดพลาดของเส้นทางและส่วนประกอบ รูปทรงของส่วนประกอบที่ผิดเพี้ยน การเชื่อมต่อที่ขาดหายของเส้นทาง และความเสียหายบนแผง เป็นต้น
3. การตรวจจับด้วยภาพในการตรวจสอบชิ้นส่วน
การตรวจสอบด้วยวิชั่นของเครื่องจักรสามารถจัดการควบคุมคุณภาพในการผลิตชิ้นส่วนโลหะได้อย่างง่ายดาย เช่น เหรียญ ชิ้นส่วนรถยนต์ และขั้วต่อต่างๆ โดยใช้วิธีการประมวลผลภาพ เพื่อตรวจพบข้อบกพร่องบนพื้นผิวชิ้นส่วนโลหะ เช่น รอยขีดข่วน ความบกพร่อง คราบสีเปลี่ยนไป และการเกาะติดของเยื่อบุต่างๆ จากนั้นจะส่งสัญญาณให้ระบบส่งกำลังกลไกแยกชิ้นงานที่มีข้อบกพร่องออกไป ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ การวิเคราะห์เชิงสถิติเกี่ยวกับประเภทของข้อบกพร่องยังสามารถใช้เป็นแนวทางในการปรับแต่งพารามิเตอร์การผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าอีกด้วย
4. การประยุกต์ใช้การตรวจจับด้วยภาพในความปลอดภัยของรถยนต์
สำหรับคนส่วนใหญ่ ยังคงอาศัยความคิดและจิตสำนึกส่วนตัวในการตัดสินใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างขับรถ ท่ามกลางความถี่ของอุบัติเหตุร้ายแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แนวคิดด้านความปลอดภัยได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยในรถยนต์กำลังกลายเป็นกระแสหลักและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรม
จากการรวบรวมข้อมูลอย่างไม่สมบูรณ์ ร้อยละ 50 ของอุบัติเหตุทางถนนมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ขับขี่ไม่มีสติหรือรู้สึกตัวไม่เต็มที่ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ลองนึกดูว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีระบบตรวจจับที่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) ซึ่งสามารถตรวจจับได้ว่าผู้ขับขี่มีสติหรือไม่ และส่งคำเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้าได้? คำตอบคือใช่ ปัจจุบันอุตสาหกรรมได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลจาก IoT มาใช้ในการพัฒนาระบบตรวจจับสภาพจิตใจของผู้ขับขี่แล้ว โดยระบบนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของการเชื่อมต่อเครือข่ายยานยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ด้านการตรวจสอบความปลอดภัยในการขับขี่ การประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัลนี้ผสมผสานวิธีการตรวจจับใบหน้าแบบหลายท่าทางที่ใช้ข้อมูลท่าทาง, วิธีการประเมินท่าทางศีรษะโดยอาศัยลักษณะทางชีวภาพ, และรวมเข้ากับโมเดลการขับขี่ขณะเหนื่อยล้าที่ใช้ลักษณะทางชีวภาพหลากหลายประเภทของผู้ขับขี่เอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือในการตรวจจับการขับขี่ขณะเหนื่อยล้าได้อย่างมาก
หน้าก่อนหน้า